ความเป็นมา

 

                           

นายแซม เมเจอร์ พ่อค้าชาวอังกฤษ ได้ออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้าขายสินค้าไปทั่วโลก  โดยเอาของจากประเทศหนึ่ง ไปขายอีกประเทศหนึ่ง พอขากลับ ก็เอาสินค้าจากที่นั่นไปขายต่ออีกที่ ทำเรื่อยๆอยู่อย่างนี้ จนมีฐานะร่ำรวย

วันหนึ่ง เขาได้เดินทางมายังน่านน้ำเมืองไทย ในสมัยพระนารายณ์มหาราช  ซึ่งการทูตของไทยกับต่างชาติกำลังบูม  หลังจากอยู่ในเมืองไทยได้ 2 เดือน เขาก็ได้ลูกเรือคนใหม่เป็นชาวไทย ชื่อ  นายสน และเขาก็กำลังจะกลับบ้านที่อังกฤษ

ระหว่างการเดินทางนั้น ก็มีการค้าขายสินค้าอยู่ที่เมืองระยอง ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดของเพลงสกา (รายละเอียดหาอ่านเอาในกระทู้ล่างๆ หรือกดที่ชื่อล็อคอินผม แล้วหากระทู้เอาเอง) จนได้เงินทองมามากมาย ข่าวก็ลอยไปถึงหูของโจรสลัดที่อยู่บริเวณนั้น จนกระทั่งหัวหน้าโจรสลัดพาลูกน้องขึ้นเรือมาดักปล้น ขณะที่เรือกำลังลอยคว้างอยู่กลางทะเล เพราะกำลังมุ่งหน้าไปแหลมมลายู นายแซม และนายสน และเหล่าลูกเรือทั้งหลาย ต่างก็ต่อสู้เพื่อรักษาเรือของตัวเองไว้อย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจต้านทานความเก่งกาจของเหล่าโจรสลัดได้ แถมก่อนจะหนีไป ไอ้โจรใจร้ายยังได้เจาะเรือของพวกเขา จนเป็นรูน้อยใหญ่หลายจุด

โชคดีที่นายสนเป็นช่างเรือที่ ชำนาญพอสมควร จึงได้ซ่อมแซมรอยรั่ว แต่น้ำก็ยังทะลักเข้ามาไม่ยอมหยุด นายแซมจึงจะนำเรือไปซ่อมที่นครศรีธรรมราช ระหว่างทาง นายแซมต้องเกณฑ์ลูกเรือทั้งลำมาช่วยกันวิดน้ำออกจากเรือ ในตอนที่ซ่อมอยู่นี้ นายแซมเห็นลูกเรืออ่อนระโหยโรยแรง จึงได้นำปีกไก่มาประกบกับขนมปัง แล้วแจกให้คนงานที่วิดน้ำอยู่ได้ทานกัน  เพื่อที่ว่าขณะที่กำลังกินอยู่ จะได้มีมืออีกข้างหนึ่งไว้วิดน้ำไม่ให้เข้าเรือด้วย สุดท้าย นายแซม สน และลูกเรือทั้งหลาย ก็พาเรือมาถึงนครศรีธรรมราชด้วยความเกือบปลอดภัย

ระหว่างที่รอเรือ ซ่อมอยู่นี่เอง นายสนเกิดความคิดดีๆขึ้น เขาได้นำขนมปังมาประกบกับปีกไก่แบบที่นายแซมเคยทำ แล้วนายสนก็ได้นำมาขาย ปรากฎว่า ชาวเมืองนครศร๊ธรรมราชถูกใจอาหารแปลกๆชิ้นนี้มาก จึงได้สอบถามนายสนว่านี่คืออะไร นายสนก็อธิบายไปว่า มันคือขนมที่นายแซมกินตอนวิดน้ำออกจากเรือ คนนครศรีธรรมราชก็เลยเรียกอาหารชนิดนี้ว่า ขนมแซมวิดน้ำ

หลังจากไปถึงอังกฤษ นายแซม ก็ได้ทำขนมแซมวิดน้ำออกวางขายบ้าง แต่มีชื่อเรียกที่ยาวเกินไป ชาวอังกฤษเลยเรียกแบบสั้นๆว่า ขนมแซมวิช จนเพี้ยนมาเป็น แซนวิช จนถึงทุกวันนี้

 แซนวิช (sandwich) เหมาะกับการรับประทานเป็นอาหารเช้าของครอบครัว และคนที่ไม่มีเวลาในการประกอบอาหาร เพราะต้องเร่งรีบต่อการเดินทางไปทำงาน การทำแซนวิชใช้ขนมปังหั่นบางๆ ตัดริมขอบที่เป็นสีน้ำตาล เนื่องจากการอบออกให้หมด ทาเนยสอดไส้แล้วจึงประกบกันเป็นคู่ๆ จะใช้เป็นแผ่นหรือจะนำมาหั่นก็ได้ การหั่นขนมปังต้องใช้มีดบางคมๆ มิฉะนั้นขอบขนมปังจะไม่เรียบ การหั่นแซนวิชนิยมหั่นเป็นรูปร่างต่างๆ เช่นสีเหลี่ยม สามเหลี่ยมเป็นต้นแล้วนำมาประกบกันเป็นคู่  เนยที่ใช้ทาแซนวิช ควรใช้เนยที่อ่อนตัวแล้ว ถ้าเพิ่งนำออกจากตู้เย็นจะแข็งตัว ควรคนให้เป็นครีมเสียก่อน เนยจะฟูนุ่มทาง่ายขึ้น ควรทาเนยเทียมข้างเดียว แล้วใส่ไส้ การทำแซนวิชจำนวนมากต้องใช้เวลาทำนาน ควรห่อด้วยกระดาษแก้ว หรือห่อพลาสติก หรือใช้ภาชนะคลุมไว้เพื่อไม่ให้ถูกลม จนกระทั่งถึงเวลาที่จะเสริฟ